ลูกหนี้แสบดัดหลังแจ้งตร.จับเจ้าหนี้ สุดยัวะ 11 บาทยังเอา แก๊งทวงเสียงอ่อนวอนเห็นใจ (คลิป)

“นางสาววนิดา” (สงวนนามสกุล) อายุ 31 ปี แม่ค้าขายขนม อาศัยอยู่ที่ห้องเช่ารายเดือนแห่งหนึ่งในพื้นที่ อ.หนองไผ่ จ.เพชรบูรณ์ ร้องสื่อฯ ว่าตนเองถูกคุกคามข่มขู่จากแก๊งเงินกู้นอกระบบดอกเบี้ยโหดที่เคยกู้ไว้ก่อนหน้านี้

ทั้งมีการเขียนจดหมายข่มขู่เหน็บไว้ที่หม้อต้มข้าวโพดบนเตาแก๊สหน้าห้อง และบุกมาบิดลูกบิดและเขย่าประตูหมายจะพังเข้าไปในห้องแต่ไม่สำเร็จ เพราะได้ยินเสียงตนโทรแจ้งตำรวจก่อนจึงรีบหนีไป เจ้าตัวจึงตัดสินใจเดินทางไปแจ้งความข้อหาข่มขู่ฯ ไว้ที่ สภ.หนองไผ่ จ.เพชรบูรณ์

ล่าสุดวันที่ 21 ก.ย. 65 ทีมข่าวอมรินทร์ทีวี ติดตามเรื่องนี้ต่อเราได้คุยกับ “นางสาวนิดา” ถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้น เจ้าตัวบอกว่าก่อนหน้านี้ตนอยู่บ้านแฟนหนุ่มในพื้นที่ อ.หนองไผ่ จ.เพชรบูรณ์ แต่ภายหลังมีการเลิกรากันจึงแยกออกมาอยู่ห้องเช่าที่เกิดเหตุเพียงลำพัง ประกอบอาชีพค้าขายเสื้อผ้าตามตลาดนัดกลางวัน ส่วนตกเย็นก็จะไปขายข้าวโพดคลุกเนยที่หน้าโรงเรียนในละแวกห้องเช่า
ซึ่งที่ผ่านมาเงินไม่พอใช้ ทำให้เมื่อวันที่ 16 ก.ย. 65 ตนตัดสินใจกู้เงินนอกระบบตามคำแนะนำของเพื่อน เพื่อหวังจะเอาเงินมาหมุนใช้จ่าย โดยรอบแรกกู้มาจำนวน 5,000 บาท แต่ได้รับเงินจริง ๆ คือ 4,500 บาท เนื่องจากมีการหักค่าธรรมเนียมบริการไป 500 บาท และมีกำหนดว่าต้องส่งเงินให้เจ้าหนี้ทุกวัน วันละ 250 บาท เป็นเวลา 24 วัน รวมจำนวนเงิน 6,000 บาท และทางเงินกู้จะขอรูปบัตรประจำตัวประชาชน ที่อยู่ปัจจุบัน รวมถึงภาพหน้าร้านที่ทำการค้าขาย แต่หลังจากที่ตนส่งเงินไปได้ 3 งวดคือ 16-18 ก.ย. 65 เป็นเงิน 750 บาท ก็เริ่มมีปัญหาเงินไม่พอใช้ ไม่มีเงินจะส่งต่อ จึงได้ติดต่อไปพูดคุยกับเจ้าหนี้เพื่อขอผัดผ่อน แต่เจ้าหนี้ไม่ยอม
จนกระทั่งวันที่ 19 กันยายน 2565 เวลาประมาณ 15.30 น. ตนได้ถูกกลุ่มแก๊งเจ้าหนี้โทรตามรัว ๆ แต่ตนก็ไม่ได้รับสายเพราะไม่มีเงินจ่าย จากนั้นตอนประมาณ 17.30 น. ก็ส่งข้อความมาหาตนทางไลน์ในลักษณะขู่จะฟ้องและบอกว่ามีเส้นสายเยอะ ลูกพี่ของพวกเขาไม่ธรรมดาแน่นอน

เวลา 17.40 น. ได้รับสายจากเพื่อนข้างห้องว่าแก๊งเงินกู้มาทวงหนี้ถึงห้องของตน ตนจึงรีบกลับมาดูปรากฎว่าเห็นจดหมาย 1 ฉบับในเชิงข่มขู่ เหน็บไว้ที่หม้อต้มข้าวโพดบนเตาแก๊สหน้าห้อง ระบุว่า “โอนตังให้ด้วย ใจดีแล้วเกรงใจหน่อย ถ้าทำผมเดือดร้อนพี่ก็จะเดือดร้อนนะ อย่าให้ร้ายนะ” พร้อมกับทิ้งหมายเลขบัญชีธนาคารไว้

แต่ด้วยความที่ตนก็ไม่มีเงินจะโอนให้ วันที่ 20 ก.ย. 65 เวลาประมาณ 07.00 น. แก๊งเจ้าหนี้ก็พากันบุกมาที่ห้องเช่าแล้วทั้งเคาะ ทั้งเขย่าประตูและบิดกระชากลูกบิดประตูไปมาอย่างแรง คล้ายกับตั้งใจจะพยายามพังประตูเข้าไปในห้องให้ได้ พร้อมเรียก “พี่พี่” ก่อนจะกลับไป และวนกลับมาอีกรอบตอน 11.00 น. ด้วยการก่อเหตุลักษณะเดิม
นาทีนั้นตนตกใจมากจึงรีบโทรแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจขณะที่ยังอยู่ในห้อง คาดว่ากลุ่มแก๊งทวงหนี้คงได้ยินเสียงตนคุยกับตำรวจจึงพากันหนีกลับไปทันที ซึ่งตนมาทราบภายหลังว่าระหว่างที่แก๊งทวงหนี้หนี ก็ได้สวนทางกับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เข้ามาหาตนด้วย เพราะตำรวจถามตนว่า “ใช่คนเสื้อสีแดงที่วิ่งไปไหม” ตนก็บอกว่า “น่าจะใช่” ตำรวจจึงถ่ายภาพเก็บหลักฐานไว้และพบกระดาษแผ่นเล็ก ๆ มีชื่อมีเลขบัญชีสำหรับให้โอนเงิน ทิ้งอยู่ตรงกำแพงหน้าห้องด้วย

ต่อมาเวลา 12.24 น. ของวันที่ 20 ก.ย.65 ตนก็ส่งข้อความไปหาเจ้าหนี้เพื่อยื่นข้อต่อรองไปว่าจะขอผ่อนจ่ายวันละ 50 บาทได้ไหม แต่เจ้าหนี้ไม่ยอม บอกว่า “ขอวันละ 100 บาท คนละ 100 บาท ผมโอเคจะไม่ละลาน” แต่ตนบอกว่า “ตำรวจบอกว่าถ้าไม่มาไกล่เกลี่ยที่ สน. ก็จะไม่ให้จ่ายสักบาทเลย” แล้วฝั่งเงินกู้ก็บอกว่า “เดี๋ยวไปตอนนี้อยู่ไกล คือใจคอพี่ จะให้ผมออก 200 เท่ากับว่าผมต้องหาตังมาจ่ายให้พี่ทั้ง ๆ ที่ไม่ได้ใช้เงินทุกวันอะนะ พรุ่งนี้ 11 โมง เข้าไปเคลียร์”
แต่อย่างไรก็ตามตนยืนยันว่ากับเจ้าหนี้ที่มีปัญหากันตนไม่ได้ตั้งใจจะปฏิเสธในการชำระ เพียงแค่อยากขอผัดวันไปก่อนเนื่องจากช่วงนี้ไม่มีรายได้เพียงพอ ยืนยันว่าหลังมีการเคลียร์กันผ่านแชตไลน์ที่เปิดให้ทีมข่าวดูก็จะมีการทยอยจ่ายทุกวัน จนกว่าจะครบที่เหลือคือ 5,250 บาท แล้วเมื่อชำระหมดทั้ง 2 เจ้า ก็จะไม่ขอใช้บริการหนี้นอกระบบอีก เพราะกลัวจะได้รับอันตรายเหมือนข่าวอื่น ๆ หากมีปัญหาคงต้องหันไปปรึกษาญาติแทน

ด้านลูกหนี้อีกรายที่ได้รับความเดือดร้อนจากการทวงหนี้โหดของเหล่าเจ้าหนี้ในพื้นที่ อ.หนองไผ่ จ.เพชรบูรณ์ อย่าง “นางสมัย” (นามสมมติ) อายุ 52 ปี แม่ค้าร้านอาหารตามสั่ง เจ้าตัวส่งคลิปความยาว 2.27 นาที เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 09.00 น. ของวันที่ 19 ก.ย. 65 ให้ทีมข่าว พบว่าเป็นชายฉกรรจ์ 1 คนมาทวงเงินที่หน้าร้านของ “นางสมัย” ด้วยคำพูดคำจารุนแรง ตะคอก แม้ “นางสมัย” จะบอกว่าตอนนั้นยังไม่มีเงิน เพราะไม่ได้เปิดร้านขายของมา 3 วันแล้ว แต่เจ้าหนี้ก็ไม่ยอมยังเค้นให้หามาจ่ายให้ได้จนเถียงกันมีปากเสียงดังลั่น และมีชาวบ้านตะโกนห้ามพร้อมกับบอกให้ไปเก็บจากคนอื่นก่อน แล้วค่อยมาเก็บช่วงบ่ายอีกที แต่เจ้านี้ก็ไม่ยอมบอกว่ามีเท่าไหร่ก็เอามาก่อน ซึ่งตอนนั้นลูกหนี้มีอยู่ 11 บาท จึงเรียกให้มาเอา ซึ่งเจ้าหนี้ก็เดินมาเอาไปจริง ๆ ก่อนจะทิ้งท้ายว่าเดี๋ยวที่เหลือจะมาเก็บตอนบ่าย

“นางสมัย” เล่าให้เราฟังว่าจนตัดสินใจกู้เงินนอกระบบช่วง ส.ค. ปี 65 เพราะตอนนั้นร้านอาหารตามสั่งค้าขายไม่ค่อยดี ตนมีภาระต้องรับผิดชอบลูก 1 คน หลานอีก 4 คน จึงหมุนเงินไม่ทัน จึงตัดสินใจกู้เงินมา 4,000 บาท ได้เงินมา 3,600 บาท หักค่าธรรมเนียม 400 บาท และต้องจ่ายวันละ 200 บาท กำหนด 24 วัน โดยช่วงแรกตนก็ส่งวันละ 200 บาท แต่พอพักหลังเริ่มไม่มีเงิน ก็ลดเหลือวันละ 100-150 บาท เพราะตนมีเจ้าหนี้อยู่ประมาณ 4 เจ้า ต้องเฉลี่ยเงินที่มี
ซึ่งเหตุการณ์ที่ปรากฏในคลิปเป็น 1 ใน 4 เจ้า และเป็นเจ้าเดียวที่ไม่ยอมให้ผ่อนผัน และมีการเข้ามาเรียกเก็บเงินช่วงเช้าประจำ ตนก็ไม่มีให้เพราะยังไม่เปิดร้านขายของ ไม่มีรายได้ และจริง ๆ หลังจากจบคลิปนั้น ช่วงประมาณบ่าย 3 เขาก็เข้ามาเอาเงินที่เหลือไป

หลังจากนั้น วันที่ 20 ก.ย. 65 ด้วยความที่สามีตนเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ จึงได้มีการขอความช่วยเหลือให้ส่งสายตรวจมาเฝ้าช่วงเช้าประมาณ 09.00 น. เพื่อดักจับแก๊งทวงหนี้โหด และแล้วตอนประมาณเกือบ 10.00 น. แก๊งทวงหนี้ก็มาที่ร้านตนจริง ๆ 2 คน ทำให้ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจและชุดสืบ สภ.หนองไผ่ เข้าจับกุมพาตัวไปโรงพักโดยเหตุการณ์นี้กล้องวงจรปิดสามารถจับภาพไว้ได้
แต่หลังจากจับกุมเสร็จสามีตนกลับมาบ้าน ก็ยอมรับว่าตนถูกสามีดุชุดใหญ่เหมือนกัน เพราะที่ผ่านมาไม่ได้บอกสามีว่าไปกู้เงินนอกระบบมา ดังนั้นหลังจากนี้หากเคลียร์หมด 4 เจ้า ตนก็จะไม่กู้อีก เพราะเข็ดแล้ว ส่วนแก๊งเจ้าหนี้ที่ถูกจับกุม ก็ทราบว่าถูกปล่อยตัวหลังสอบปากคำเสร็จ เพราะหลักฐานจำกุมไม่เพียงพอ

ทีมข่าวได้พูดคุยกับ “นายแหวน” (นามสมมติ) หนึ่งในแก๊งทวงหนี้ เจ้าตัวบอกปกติการทวงหนี้ของพวกตนจะไม่มีการใช้คำหยาบหรือดุร้าย และไม่ได้ใช้ความรุนแรง ไม่พกอาวุธ หากลูกหนี้มีก็เก็บไป หากไม่มีก็สามารถที่จะผัดวันไปได้เรื่อย ๆ แต่ถ้าหลาย ๆ วันเข้าก็ต้องจ่ายดอกเพิ่ม แต่ละวันที่ตนเข้ามาเก็บไม่ได้มีเวลาตายตัวหากขับผ่านบ้านลูกหนี้ตอนไหนก็แวะเก็บตอนนั้น หรือนัดหมายกับลูกหนี้ไว้เวลาไหนก็จะมาตามเวลานัด อย่างกรณีของ “นางสมัย” จะนัดกันเวลา 4-5 โมง ตนก็จะมาเวลานี้ทุกวัน
สำหรับตนแล้ว ปกติก็มีงานประจำอยู่แล้วแต่รับจ้างทวงหนี้เป็นงานเสริมหลังเลิกงาน ทำมาประมาณ 2-3 เดือนมีรายได้วันละ 300 บาทรวมค่าน้ำมัน ส่วนกับกรณีที่มีการทวงหนี้โหดตนก็มองว่าบางทีพฤติกรรมของแก๊งทวงหนี้ก็โหดเกินไป แต่ลูกหนี้ก็ต้องเข้าใจว่าเราเอาเงินมาช่วยให้เขาได้มีใช้ พอถึงเวลาจ่ายก็ควรจะจ่ายคืน อยากให้เห็นใจกันมากกว่า

Leave a Reply

Your email address will not be published.