หนุ่มโดนยิงดับปริศนา จับนายกอบต.โผล่ใกล้ศพ ญาติแฉคู่แค้นตัวจริงเรื่องหมา (คลิป)

กรณี สภ.เมืองนครศรีธรรมราช รับแจ้งเหตุเมื่อเวลา 22.00 น. วันที่เกิดเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนลูกซองสั้นและ 9 มม.จำนวน 2 กระบอก ยิงนายยอดเพชร รอดศร อายุ 38 ปี ได้รับบาดเจ็บสาหัส บริเวณหน้าบ้านตัวเอง หมู่ 3 ต.ปากนคร อ.เมืองจ.นครศรีธรรมราช

โดยภรรยาผู้ตาย บอกว่า หลังได้ยินเสียงปืนได้ออกมาดู ก็พบ นายทรงศักดิ์ มุสิกอง หรือ นายกหนึ่ง อายุ 46 ปี และพวกอีก 2 คน ยืนอยู่ โดยสามีได้รับบาดเจ็บ ก่อนนายกหนึ่งและพวก พานายยอดเพชรส่งโรงพยาบาล และเสียชีวิต เมื่อวันที่ 19 ก.ย. 65 เวลา 11.00 น. ต่อมานายกหนึ่งได้เข้าให้ปากคำ ก่อนถูกตำรวจแจ้งข้อกล่าวหา และประกันตัวออกมาแล้ว

วันที่ 20 ก.ย. 65 ทีมข่าวอมรินทร์ ทีวี เดินทางไปยังที่เกิดเหตุ พบว่าจุดที่นายยอดเพชรถูกยิง บริเวณต้นไผ่ทางเข้าบ้าน ห่างจากบ้านประมาณ 50 เมตร บริเวณดังกล่าวห่างจากบ้านหลังอื่น ๆ และไม่มีไฟส่องสว่าง รวมถึงกล้องวงจรปิดด้วย

นางสาววาสนา ทองสุข อายุ 43 ปี ภรรยาผู้ตาย เล่าว่าเมื่อวันที่เกิดเหตุ เวลาประมาณ 19.00 น. สามีกลับมาจากบ้านแล้วอาบน้ำอาบท่าตามปกติ และมีอาการเมาเล็กน้อย หลังจากนั้นออกจากบ้านไปประมาณ 30 นาที และกลับเข้าบ้าน มารับประทานอาหารอีกครั้ง ก่อนจะบอกว่า “จะออกไปนั่งเล่นหน้าบ้าน” ตนเองไม่ได้ถามไถ่ สามีก็ไม่ได้พูดอะไรเพิ่มเติมด้วย

ผ่านไปไม่กี่นาที ตนเองได้ยินเสียงรถจักรยานยนต์ขี่เข้ามาใกล้บ้านเรื่อย ๆ ขณะนั้นกำลังจะไปเข้าห้องน้ำ ได้ยินเสียงปืนดังต่อเนื่อง 3-4 นัด จึงรีบวิ่งออกไปดูเห็นรถกระบะสีดำ เปิดไฟสองสว่างอยู่ โดยมีนายกหนึ่งยืนอยู่ท้ายรถ พร้อมกับชายอีก 2 คน โดยสามีตนเองได้รับบาดเจ็บนอนอยู่ที่พื้น ตอนแรกยังเข้าใจว่าสามีถูกทำร้าย นายกหนึ่งพยายามจะบอกว่าจะให้นำตัวสามีตนเองขึ้นรถ ขณะนั้นตนเองยังเข้าใจว่าจะพาตัวสามีตนเองถูกซ้อม จึงอ้อนวอนขอว่าไม่ให้พาตัวสามีไปไหน แต่นายกหนึ่งบอกว่าไม่ได้จะพาไปไหน จะพาไปโรงพยาบาล เพราะสามีตนเองถูกยิง ตนเองจึงยอมขึ้นรถไปกับสามีด้วย โดยมีนายกหนึ่งเป็นคนขับรถ

นายกหนึ่งขับรถมาถึงหน้าบ้านของตัวเอง และให้ชายคนหนึ่งลงจากรถไป แล้วรีบขับรถพาสามีตัวนี้ไปส่งที่โรงพยาบาล โดยตอนแรกไปส่งที่โรงพยาบาลนครคริสเตียน แต่สามีอาการหนัก นายกหนึ่งจึงขับรถต่อไปส่งห้องฉุกเฉินโรงพยาบาลมหาราช ขณะนั้นนายกหนึ่งไม่ได้พูดอะไร แต่มีท่าทีเร่งรีบ และขับรถอย่างไว เพื่อที่จะส่งสามีตัวเองให้ได้ไวที่สุด หลังจากที่นายกหนึ่งมาส่งตนเองและสามีที่โรงพยาบาลมหาราช ตนเองก็ไม่เจอนายกหนึ่งอีกเลย วันต่อมาสามีเสียชีวิต จึงเข้าไปแจ้งความที่ สภ.เมืองนครศรีธรรมราช

ตนยืนยันว่าที่ผ่านมาสามีไม่เคยมีปัญหากับใคร โดยตัวของนายกหนึ่งเอง ตนเองก็เคยพูดคุย และเห็นว่านายกหนึ่งอัธยาศัยดี ไม่เคยมีปัญหากับสามีตนเองแม้แต่ครั้งเดียว เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นถึงยังตอบไม่ได้ว่าเชื่อหรือไม่ว่านายกหนึ่งเป็นคนยิง ขณะนี้ตนเองก็ถือว่าขาดเสาหลักในครอบครัวไป อยากให้วิญญาณสามีคลใจให้จับคนร้ายได้ อยากจะถามว่าทำแบบนี้ทำไม

ทีมข่าวโทรศัพท์สอบถามนายกหนึ่ง ผู้ต้องหา เปิดเผยว่า ตนยังไม่สะดวกที่จะให้สัมภาษณ์ตอนนี้ อยากจะให้เสร็จสิ้นทางขั้นตอนตามกฏหมายก่อน เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ตนเองยอมรับว่าวันที่เกิดเหตุตนเองไปอยู่ผิดที่ ผิดเวลา ตนเองเห็นว่านายยอดเพชรถูกยิง และอยากจะเข้าไปช่วยเหลือก็เท่านั้น เพราะตนเห็นใจ รวมทั้งยืนยันว่าตนเองไม่ใช่คนที่ลั่นไก ไม่ใช่คนก่อเหตุแน่นอน เพราะตนเองก็ไม่เคยมีปัญหากับผู้ตายแม้แต่ครั้งเดียว และตนเองให้ความร่วมมือพิสูจน์ตามขั้นตอนของกฎหมายทุกอย่าง

เมื่อทีมข่าวสอบถามว่าเห็นคนก่อเหตุหรือไม่ นายกหนึ่งบอกว่าอยากให้ไปดูสถานที่จริงว่าตอนกลางคืนมืดเพียงใด เพราะตนเองพูดไปจะดูไม่ดี ตนเองยอมรับว่าขณะนี้หลังจากเกิดเหตุก็เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในวงกว้าง ทำให้ตนเองนั้นได้รับผลกระทบเสื่อมเสียชื่อเสียงและภาพลักษณ์ ซึ่งต้องใช้ระยะเวลาในการพิสูจน์ค่อนข้างนาน ก่อนจะกู้ชื่อเสียงกับคืนมาได้ ยอมรับว่าเครียด แต่ต้องหาทางออก

นายจิรพันธ์ รอดศร อายุ 37 ปี น้องชายผู้เสียชีวิต กล่าวว่า ตนเองรู้สึกตกใจมากที่พี่ชายถูกยิง และเสียชีวิตในวันต่อมา โดยที่ผ่านมาพี่ชายไม่เคยมีปัญหากับใครเลย แต่เคยโทรศัพท์เล่าปัญหากับนายก้อง (นามสมมติ) ชาวบ้านคนหนึ่งแถวนั้นให้ฟัง เรื่องแรกคือเรื่องสุนัขที่พี่ชายเลี้ยงเอาไว้ 1 ตัว โดยเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา พี่ชายปล่อยสุนัขจึงเกิดพลาดไปกัดสุนัขของนายก้อง นายก้องจึงอุ้มสุนัขขึ้น สุนัขของพี่ชายตนเองจึงกัดที่แขนของนายก้องอีกจนเป็นแผล

ต่อมาสุนัขของพี่ชายตนเองหลุดอีก นายก้องจึงยิงปืนขู่ 2 นัด ภรรยานายก้องยังบอกว่าจะยิงต้องยิงให้ตาย หลังจากนั้น ภรรยาของนายก้องก็มักจะด่าทอพี่ชายตนเองเวลาเดินผ่านหน้าบ้านเสมอ นอกจากนี้ นายก้องยังเคยมาเตือนตนเองกับพี่ชายไม่ให้ไปจับปลาที่บ่อน้ำข้างบ้านอีกด้วย โดยอ้างว่าให้แต่คนในจับ ส่วนนายกหนึ่งพี่ชายเคยโทรศัพท์เล่าให้ฟังในทำนองชื่นชมนายกหนึ่ง แต่ไม่เคยเล่าว่ามีปัญหาแต่อย่างใด ตนเองอยากขอให้จับผู้ที่กระทำความผิดตัวจริงให้ได้

นายตี๋ (นามสมมติ) อายุ 60 ปีชาวบ้านในพื้นที่ เปิดเผยกับทีมข่าวว่า วันที่เกิดเหตุไม่ได้ยินเสียงปืนเนื่องจากอยู่ในบ้านและปิดประตูห้องทราบข่าวอีกทีคือช่วงที่ตำรวจลงพื้นที่เก็บหลักฐานในวันต่อมา โดยก่อนเกิดเหตุไม่สังเกตุเห็นสิ่งใดผิดปกติ ส่วนตัวยังไม่เชื่อว่านายกหนึ่งจะก่อเหตุจริง เพราะที่ผ่านมานายกหนึ่งไม่เคยมีปัญหากับใคร และที่บริเวณนี้ก็ของนายกหนึ่งเกือบทั้งหมด นายกหนึ่งมักจะขับรถกระบะวนเวียนดูแลแสงไฟสองสว่าง และบ่อกุ้งของตนเองเป็นประจำ ตนเองคาดว่านายกหนึ่งกำลังจะพาผู้ที่บาดเจ็บไปส่งโรงพยาบาล

ส่วนผู้ที่เสียชีวิตมาอยู่ที่นี่ได้ประมาณ 2 ปี แต่ไม่ค่อยยุ่งเกี่ยวกับใคร ไปทำงานที่โรงสี และกลับมาบ้าน และมักจะมีปากเสียงกับภรรยาบ่อย เนื่องจากเมาสุรา ยอมรับว่าค่อนข้างกลัว เนื่องจากเชื่อว่าผู้ก่อเหตุไม่ใช่นายกหนึ่ง และเป็นวัยรุ่นจากต่างพื้นที่ และบริเวณนี้ค่อนข้างเปลี่ยว เกรงว่าจะได้รับอันตราย

กล้องวงจรปิดบริเวณบ้านหลังหนึ่งบนถนนเส้นหลักที่ ต.ปากนคร อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช ทราบว่าหลังจากเกิดเหตุนายกหนึ่งพร้อมพวก พานายอดเพชรและภรรยาขับรถยนต์กระบะตอนครึ่งสีดำ ไปส่งยังโรงพยาบาลนครคริสเตียน กล้องวงจรปิดข้างทาง เวลา 22.25 น. จับภาพรถยนต์ของนายกหนึ่งกำลังพาผู้บาดเจ็บไปส่งโรงพยาบาลได้ ขับผ่านไปอย่างรวดเร็ว

Leave a Reply

Your email address will not be published.