ระทึกไรเดอร์ปืนตบชิงเงิน 3 ล้าน คนขับกับสาวเสมียนงงถูกด่ามากรัก ภาพลับรอซุ่มโจมตี (คลิป)

จากกรณี เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 20 ก.ย. 65 ตำรวจ สภ.บ้านบึง ได้รับแจ้งมีคนร้ายแต่งกลายเป็นไรเดอร์ส่งอาหารค่ายหนึ่ง ใช้อาวุธปืนชิงเงินสด 3 ล้านบาท เหตุเกิดขึ้นบริเวณ ถ.ราษฎรอุทิศ 1-3 ซ.หลังธนาคาร ต.บ้านบึง อ.บ้านบึง จ.ชลบุรี จึงไปตรวจที่เกิดเหตุ

เหตุการณ์ครั้งนี้ มีพลเมืองดีที่นั่งกินข้าวอยู่ร้านอาหารตามสั่ง ได้ถ่ายคลิปไว้ได้ เป็นภาพไรเดอร์ค่ายหนึ่งรูปร่างอวบ ขี่รถจักรยานยนต์ฮอนด้าเวฟสีเทา หมายเลขทะเบียนไม่ชัด ขี่มาประกบข้างรถตู้นิสันสีขาว ซึ่งเป็นรถของพนักงานบริษัทผลิตไม้แปรรูปทำเฟอร์นิเจอร์ โดยคนร้ายเปิดประตูด้านคนขับ จากนั้นคนร้ายได้ใช้อาวุธปืนตีเข้าที่ศีรษะพนักงานขับรถ

หลังจากนั้นพนักงานขับรถได้วิ่งหนีลงจากรถ คนร้ายได้ขี่รถจักรยนายนต์ไล่ตามที่จะทำร้าย แต่มีคนเห็นจำนวนมาก คนร้ายจึงได้ขี่รถจักรยานยนต์วนกลับมาที่รถตู้ พร้อมกับหยิบกระเป๋าเงิน ซึ่งข้างในมีเงินสดอยู่จำนวน 3 ล้านกว่าบาท ก่อนจะขี่รถหลบหนีไปทางถนนซอยหลังเทศบาลบ้านบึง ต่อมาทางเสมียนของบริษัทที่เป็นผู้หญิงมากับรถตู้ ได้ลงจากรถ พร้อมตะโกนให้ชาวบ้านที่อยู่ใกล้ ๆ แจ้งตำรวจ สภ.บ้านบึง ทันที

ตำรวจได้ตรวจสอบจุดเกิดเหตุ พบอาวุธปืนพกสั้นตกที่เกิดเหตุ 1 กระบอก ตรวจสอบเป็นปืนปลอม และจุดเบาะที่นั่งคนขับพบแว่นตาดำ หมวก เศษพลาสติกปืนปลอมตกที่เกิดเหตุ จึงเก็บเอาไว้เป็นหลักฐาน เบื้องต้นตำรวจได้นำตัวเสมียนที่นั่งในรถไปสอบปากคำที่โรงพัก ซึ่งจากการสอบถามพยานในจุดเกิดเหตุ พบว่าคนร้ายที่ก่อเหตุได้ทำทีเข้ามาทะเลาะกับฝ่ายหญิง โดยหาว่าฝ่ายหญิงกับคนขับรถรักชอบกันมาก คล้ายว่าเป็นชู้สาวกัน แล้วก็ใช้อาวุธปืนตีศีรษะคนขับรถก่อนจะหยิบเงินหลบหนีไป

ล่าสุดทีมข่าวอมรินทร์ทีวี เดินทางไปสอบถาม นางสาวประภาพร บุญมีสนม อายุ 29 ปี เสมียนของบริษัท เล่าให้ฟังว่า ตนเองนั้นได้มาเบิกเงินกับธนาคารกรุงเทพสาขาบ้านบึง เพื่อเอาไปจ่ายค่าแรงให้กับพนักงาน โดยจะมาเบิกทุกวันที่ 5 และวันที่ 20 ของทุกเดือน

โดยมีนายกฤษชภัชร์ สุรกุล อายุ 24 ปี เป็นคนขับได้จอดรถเอาไว้ที่จุดเกิดเหตุ แล้วเดินเข้าไปเบิกเงินจำนวนเงิน 3,500,000 บาทจากนั้นเดินกลับมาที่รถมีนายกฤษชวัชร์ ถือกระเป๋าเป้ใส่เงินจำนวน 3,460,000 บาท ส่วนตนเองนำเงินธนบัตร ฉบับละ 20 บาท มัดละ 100 บาท รวมเป็นเงิน 40,000 บาท ใส่ในกระเป๋าถือสีดำ

ซึ่งขณะที่ตนเองเดินมาที่ประตูฝั่งคนนั่งโดยสาร มีชายรูปร่างใหญ่สวมชุดสีเขียวแต่งกายเป็นไรเดอร์ส่งอาหารเปิดประตูรถเข้ามา พร้อมกับพูดว่า “มึงชอบเมียชาวบ้านมากใช่ไหม” ก่อนที่จะชกต่อยกัน จากนั้นนายกฤษชภัชร์ คนขับ ใช้เท้าถีบชายคนที่มาทำร้าย แต่ถูกคนร้ายอ้างว่า “กูมีปืน” ทำ นายกฤษชภัชร์ วิ่งหนีจากรถเข้าไปในซอย ก่อนที่คนร้ายจะวิ่งตามหวังจะทำร้าย

ส่วนตนเองระหว่างเกิดเหตุ ได้ตะโกนร้องบอกกับคนร้ายว่า “กูไม่ใช่แฟนมึง กูโสด” ขณะที่เดียวกัน นายกฤษชภัชร์ก็ร้องบอกว่า “ไม่ใช่ผม พี่จำผิดหรือเปล่า?” ต่อมาคนร้ายได้ย้อนกลับมาที่รถตู้และคว้าเอากระเป๋าเป้ของตนเองไป ตอนนั้นตนเองพยายามแย่งแต่ไม่สามารถแย่งได้คนร้ายยังแกล้งทำพูดทิ้งท้ายด้วยว่า “มึงรักมัน ชอบมันมากใช่ไหม” ก่อนที่จะขี่รถจักรยานยนต์สีเทา ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนหลบหนีไปทันที

ตนเองยืนยันว่า ตนเองไม่รู้จักหรือเกี่ยวข้องกับคนร้ายและไม่รู้ด้วยว่าคนร้ายเป็นใครเพราะใส่หมวกกันน็อคปิดบังใบหน้าทั้งหมด ส่วนเสียงของคนร้ายก็ไม่คุ้น และอยากให้ตำรวจตามจับคนร้ายให้ได้โดยเร็ว

ทีมข่าวอมรินทร์ทีวี ได้ภาพจากกล้องวงจรปิดช่วงเวลาประมาณเที่ยงบริเวณริมถนนใกล้จุดเกิดเหตุ ซึ่งอยู่ไม่ไกลกับธนาคารที่พนักงานบริษัทดังกล่าวแวะถอดเงินสดออกจากธนาคาร จากภาพจะเห็นภาพคนร้ายได้แต่งกายเป็นไรเดอร์ส่งอาหาร ขี่รถจักรยานยนต์มาจอดริมถนนมีท่าทีพิรุธและยืน ๆ ก้ม ๆ และจอดดูเหยื่อที่บริเวณด้านหน้าของธนาคาร หลังจากนั้นคนร้าย ได้ขี่รถไปด้านหลังธนาคาร โดยจากวงจรปิดจะเห็นว่า คนร้ายได้ขี่รถวนอยู่ประมาณ 2 รอบ ก่อนจะเกิดเหตุขึ้น

ด้านพลตำรวจตรีอิทธิพร โพธิ์ทอง รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 เผยว่า หลังเกิดเหตุได้เรียกประชุมเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภ.บ้านบึง ชุดสืบสวน จ.ชลบุรี และชุดสืบสวนตำรวจภูธรภาค 2 โดยได้สั่งให้ตำรวจแยกสอบปากคำพนักงานชายคนที่ขับรถ กับพนักงานหญิง ซึ่งเป็นเสมียนคนที่เบิกเงิน และได้เชิญผู้จัดการบริษัทและพนักงานด้านการเงินมาสอบสวนเพิ่มเติม

ในขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังเร่งกันสืบสวนในหลาย ๆ ประเด็น ซึ่งคาดว่าคงไม่พ้นฝีมือตำรวจ อยากที่จะฝากถึงบริษัทร้านค้าว่า หากมีการมาเบิกเงินครั้งละมาก ๆ ควรที่จะประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อคอยอำนวยความสะดวกและป้องกันเหตุ ซึ่งในคดีนี้ขอเวลาให้เจ้าหน้าที่ในการสืบสวนสอบสวนก่อน คาดว่าน่าใช้เวลาไม่นานก็จะได้รู้ตัวคนร้ายและนำตัวมาดำเนินคดีได้ไม่ยาก

ด้าน นายกฤษชภัชร์ สุรกุล อายุ 24 ปี พนักงานที่เป็นคนขับรถตู้ไปเบิกเงิน เล่าว่า ตนเองได้ขับรถตู้เพื่อไปกดเงินที่ธนาคาร ซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้าม สภ.บ้านบึง ห่างไม่ถึง 300 เมตร แต่เมื่อไปถึงพบว่าที่จอดรถเต็ม จึงให้เสมียนลงไปถอนเงินก่อน ส่วนตนเองได้ขับรถวนไปจอดหลังธนาคาร ซึ่งอยู่หน้าร้านอาหารจุดที่เกิดเหตุ

จากนั้นได้นำเงินสดจำนวน 3.5 ล้าน ของบริษัท นำใส่ถุงกระเป๋าและเดินมาเอาวางไว้ที่รถ แต่ระหว่างนั้น มีคนร้ายขี่รถจักรยานยนต์แต่งกายใส่ชุดไรเดอร์รับส่งอาหาร มาจอดรถประกบและไล่ทำร้ายตนเอง โดยขู่ว่า มีปืนและกระหน่ำชกเข้าที่ใบหน้าและเอาปืนตบที่ศีรษะจนเลือดออก ตอนนั้นตนเองพยายามวิ่งหนี

จากนั้นคนร้ายได้ตะโกนว่า “มึงรักมันมากใช่ไหม?” และพยายามจะทำร้ายอีกครั้ง ก่อนจะแย่งชิงถุงใส่เงินของตนเองไป ซึ่งถุงใบดังกล่าวมีเงินสดอยู่จำนวน ทั้งหมด 3,460,000 บาท ก่อนจะขี่รถหลบหนีไปทันที ยืนยันว่าตนเองไม่รู้จักกับคนร้าย และไม่ได้เป็นอะไรกับพี่เสมียนผู้หญิงมาร่วมกดเงินด้วยกันเลย ตกใจมากและเชื่อว่าคนร้ายน่าจะพูดกล่าวหาตนเองว่า ตนเองไปแย่งแฟนชาวบ้าน มีเรื่องชู้สาว เพื่อให้ชาวบ้านตายใจคิดว่า เป็นเรื่องผัวเมียทะเลาะกันมากกว่า

ส่วนอาการบาดเจ็บตอนนี้ ตนได้รับบัตรเจ็บบริเวณแขนซ้ายมีรอยฟกช้ำจากการต่อสู้ บริเวณดั้งจมูกถูกต่อยอยู่ระหว่างตรวจว่าดังหักหรือไม่ ส่วนบริเวณศีรษะถูกคนร้ายใช้อาวุธปืน ซึ่งภายหลังมาทราบว่า เป็นอาวุธปืนปลอมตบเข้าที่หน้าผากจนศีรษะแตก โดยตนเองอยากขอให้ตำรวจจับกุมคนร้ายให้ได้โดยเร็ว เพราะเงินที่คนร้ายชิงไปไม่ได้เป็นเงินตนเอง แต่เป็นเงินขอพนักงานบริษัททุกคนที่เตรียมจะรับเงินเดือน

ขณะเดียวกันชวนบ้านที่อยู่ใกล้จุดเกิดเหตุที่เห็นเหตุการณ์ เล่าให้ฟังว่า ช่วงเวลาเกิดเหตุเวลาประมาณเที่ยง ลูกค้าของตนเองที่ถ่ายคลิปได้กำลังนั่งกินข้าวอยู่ภายในร้าน ส่วนตนเองกำลังยืนผัดผัดไทให้ลูกค้าอยู่ ระหว่างนั้นได้เห็นพนักงานหญิงกำลังยื้อแย่งอะไรบางอย่างอยู่บริเวณประตูรถตู้ จากนั้นก็เห็นคนร้ายซึ่งแต่งกายเป็นชุดไรเดอร์สีเขียว นั่งคล่อมรถจักรยานยนต์ และกำลังทำร้ายพนักงานชายอีกคนที่อยู่ภายในรถ ซึ่งคนร้ายได้ตะโกนด่าฝ่ายชาย ว่า “มึงรักมันมากนักใช่มั้ย”

ตอนนั้นตนเองคิดว่า เป็นเรื่องผัวเมียทะเลาะกันธรรมดา จึงไม่ได้คิดอะไร ก่อนที่ลูกค้าของตนเองที่นั่งกินข้าวได้เดินออกไปถ่ายคลิป ซึ่งทุกคนไม่กล้าเข้าไปห้าม เพราะคิดว่าเป็นเรื่องชู้สาวจริง ๆ กระทั่งคนร้ายขี่รถหนีไปและเอาถุงอะไรบางอย่างไปด้วย พนักงานหญิงจึงวิ่งมาบอกว่า ไม่ได้รู้จักกับคนร้าย และคนร้ายชิงเงินสดไป 3 ล้าน ตอนนี้ตนเองตกใจมาก และช่วยกันโทรแจ้งตำรวจ ซึ่งหากรู้ว่าคนร้ายเป็นโจรมาขโมยเงิน พวกตัวเองไม่ปล่อยไว้แน่นอน คงช่วยกันจับส่งตำรวจไปแล้ว

Leave a Reply

Your email address will not be published.