บีบใจ! แม่แพร่รูปกระดูกลูกตายแปลกแผลทั่วร่าง สื่อรุดดูเจอคำตอบศพในน้ำมีที่มา (คลิป)

จากกรณีคุณแม่รายหนึ่ง ได้ลงคลิปลูกชายวัย 5 ขวบ ในติ๊กต็อก ระบุว่าลูกชายเสียชีวิตปริศนา ซึ่งสงสัยว่าอาจถูกทำร้ายหรือไม่

ล่าสุดวันที่ 20 ก.ย.65 ทีมข่าวอมรินทร์ ทีวี เดินทางไปพูดคุยกับเเม่ของผู้เสียชีวิต คือ น.ส.โยธกา เฉลียวสิน อายุ 27 ปี เปิดเผยว่า ลูกชายของตนคือ ด.ช.อาทิวราห์ ผิวพิมพ์ดี หรือ น้องสตั้น อายุ 5 ขวบ เสียชีวิตจากการจมน้ำ แต่มีบาดเเผลอยู่ตามร่างกาย จึงเชื่อว่าลูกถูกทำร้ายก่อนจมน้ำ

โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดเมื่อวันที่ 27 ส.ค. ที่ผ่านมา ลูกชายไปเที่ยวทุ่งนากับญาติคนหนึ่ง เป็นลูกพี่ลูกน้องกับย่า เเละมีศักดิ์เป็นปู่ของน้องสตั๊น โดยไปกัน 2 คน ตั้งเเต่เช้า ซึ่งปกติญาติคนนี้ก็จะมาชวนน้องไปทุ่งนาเป็นประจำอยู่เเล้ว จากนั้นเวลา 07.00 น. ย่าของน้องสตั๊นได้โทร.หาตน บอกว่าลูกชายจมน้ำเสียชีวิต ขณะนั้นตนเองไปทำงานอยู่อีกอำเภอหนึ่ง จึงรีบเดินทางกลับบ้านมาดูลูก

จนกระทั่งเห็นสภาพศพของลูกชาย มีเเผลฉีกบริเวณนิ้วมือ ทั้ง 2 ข้าง มีเลือดออก นอกจากนี้ยังมีบาดเเผลบริเวณ จมูก ปาก เเละเปลือกตา เมื่อถอดกางเกงลูกชายออกพบว่ามีร่องร่อยอุจจาระราดเปื้อนกางเกง

ผลการตรวจเบื้องต้นจากโรงพยาบาลหนองหญ้าไทร ระบุว่าเสียชีวิตจากการจมน้ำ ตนสงสัยว่าลูกชายอาจไม่ได้จมน้ำเอง เพราะตนไปดูบ่อน้ำที่เกิดเหตุ ตอนนั้นมีน้ำเต็มบ่อ เเละขอบบ่อก็เป็นดินโคลน เป็นไปไม่ได้ที่น้องจะตะกุย หรือดิ้นจนเป็นเเผลได้ สงสัยว่าอาจโดนใครทำร้ายก่อนจมน้ำหรือไม่ แต่ตนไม่ได้กล่าวหาใคร เพราะไม่มีหลักฐาน ส่วนคนที่พาไปหลังเกิดเหตุก็หลบหน้า ไม่ยอมเข้ามาพูดคุยด้วย

ซึ่งตนเก็บความสงสัย ความอึดอัดใจมาโดยตลอด เเต่ก็ทำอะไรไม่ได้ เพราะญาติคนอื่น ๆ โดยเฉพาะย่าของน้องสตั๊น ก็ไม่ได้ติดใจเอาความใคร ศพก็ถูกเผาไปเเล้วตั้งเเต่วันที่ 29 ส.ค. โดยที่ไม่มีการชันสูตรใด ๆ ตอนนี้อยากได้รับความเป็นธรรม อยากให้มีการพิสูจน์ว่าลูกชายจมน้ำเอง หรือถูกใครทำร้ายก่อนจมน้ำหรือไม่

ล่าสุดทีมข่าวเดินทางไปยังบ้านทัพตาเเทน ต.ทับหลวง อ.หนองหญ้าไทร จ.สุพรรณบุรี นายโพ อายุ 68 ปี ปู่ของน้องสตั้น เป็นคนที่พาน้องสตั้นไปทุ่งนาก่อนเกิดเหตุ ยืนยันว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องสุดวิสัย ไม่มีใครทำอันตรายน้องสตั้น

วันเกิดเหตุ เวลา 06.00 น. ตนเองไปตัดหญ้าที่ทุ่งนา พาหลานคือน้องสตั๊นไปด้วย ระหว่างที่ตนเองกำลังตัดหญ้าอยู่ น้องสตั๊นก็เดินเล่นอยู่รอบ ๆ จนกระทั่งเวลาประมาณ 07.00 น. หลังจากตัดหญ้าเสร็จ เรียกหลานกลับบ้าน เเต่มองไม่เห็นหลานเเล้ว จึงวิ่งตามหา จนกระทั่งไปเห็นรองเท้าของหลานลอยอยู่ในสระน้ำ ระยะห่างจากจุดที่ตัดหญ้าประมาณ 50 เมตร จึงลงน้ำไปงมหาหลาน เเต่ไม่พบ

สำหรับสระดังกล่าว ตนเองขุดไว้เลี้ยงปลา และทำการเกษตร เป็นลักษณะสี่เหลี่ยมจัตุรัส ขนาดความกว้าง 6 เมตร ยาว 6 เมตร ลึก 6 เมตร โดยได้นำปลามาปล่อยไว้ในสระหลายชนิด ทั้งปลานิล ปลาสร้อย ปลาสลิด ปลาหมอ และปลาตะเพียน นอกจากนี้ภายในสระ ตนเองยังเอาหนามไผ่ และกิ่งไผ่ใส่ไว้ในน้ำด้วย เพื่อป้องกันคนมาแอบหว่านแหขโมยปลา จึงเชื่อว่าบาดแผลที่เห็นบนใบหน้าเกิดจากกิ่งไผ่ ส่วนบาดแผลบริเวณนิ้วมือ เชื่อว่าเกิดจากการตะกุยเอาชีวิตรอด ยืนยันไม่มีใครทำร้ายอย่างแน่นอน

ด้านรองศาสตราจารย์นายเเพทย์วีระศักดิ์ จรัสชัยศรี เเพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านนิติเวช มศว บอกว่า ศพที่เสียชีวิตจากการจมน้ำ หลายศพมักจะพบบาดเเผล ซึ่งส่วนใหญ่เกิดจากการหกล้มไปกระเเทกพื้น เเละทบกับวัตถุใต้น้ำ หรือในบางกรณีอาจเป็นเรื่องของสัตว์ในน้ำกัดเเทะ ต้องเเยกว่าเป็นบาดเเผลที่เกิดจากการทำร้ายร่างกายหรือไม่ เเละที่สำคัญบาดเเผลที่ตรวจพบนั้นเป็นสาเหตุของการเสียชีวิตหรือไม่

สำหรับกรณีนี้ บาดเเผลบริเวณริมฝีปาก จมูก อาจเกิดจากการล้มเเล้วไปกระเเทก ส่วนบาดเเผลบริเวณเปลือกตาข้างซ้าย มีลักษณะเหมือนถูกสัตว์น้ำกัดเเทะ หรือโดนวัตถุใต้น้ำ ส่วนบาดเเผลบริเวณนิ้วมือ น่าจะเป็นบาดเเผลที่เกิดจากการครูดกับวัตถุเเข็งที่อยู่ในน้ำ

ดังนั้นจึงต้องมีการนำไปตรวจเปรียบเทียบกับสถานที่เกิดเหตุว่ามีโอกาสมากน้อยเพียงใดในการเกิดบาดเเผลดังกล่าว ขณะที่บาดเเผลทั้งหมด หากดูภายนอกเพียงอย่างเดียวคงไม่สามารถสรุปว่าเป็นการฆาตกรรมได้ เนื่องจากเเต่ละบาดเเผลมีลักษณะไม่รุนเเรงเพียงพอ ซึ่งต้องผ่าชันสูตรศพดูอวัยวะภายใน เนื่องจากมีหลายครั้งบาดเเผลภายนอกดูไม่รุนเเรง เเต่บาดเเผลภายในอาจรุนเเรงกว่า ซึ่งศพดังกล่าวมีการเผาไปเเล้ว คงเหลือเพียงหลักฐานการตรวจที่เกิดเหตุ เเละหลักฐานการชันสูตรศพเบื้องต้นจากที่เกิดเหตุเท่านั้น สำหรับการเกิดอุจจาระราดในศพ สามารถเกิดขึ้นได้ตามปกติของศพ เนื่องจากหูรูดเกิดความคลายตัว ไม่สามารถนำมาใช้เป็นหลักฐานทางคดีได้

Leave a Reply

Your email address will not be published.