ปิดถนนยิงสนั่น แฉหน้าโจ๋นรกควงปืน 3 กระบอกถล่มอริ รร.ผวาตื่นตี 4 มาทำเลว (คลิป)

จากกรณีสื่อสังคมออนไลน์มีการเผยแพร่คลิปวัยรุ่นหลายคนก่อเหตุใช้อาวุธปืนยิงใส่กันหลายนัด บริเวณ ถ.คู้ขวาเขตมีนบุรี แต่ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตเมื่อกลางดึกที่ผ่านมา ต่อมาเมื่อเวลา 09.00 น. พ.ต.อ.รัฐศักดิ์ รักสลาม รอง ผบก.น.3 เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบทราบว่า จุดเกิดเหตุอยู่หน้าโรงเรียนอันวารุสซุนนะห์ (แสงธรรมศึกษา) ถ. ราษฎร์อุทิศ (คู้ขวา) ข.แสนแสบ ข.มีนบุรี กทม.

ในที่เกิดเหตุเจ้าหน้าที่พบปลอกกระสุนปืนขนาด .380 จำนวน 5 ปลอกตกอยู่ และเมื่อเดินไปตรวจสอบฝั่งตรงข้าม บริเวณเชิงสะพานลอยคนข้ามด้านหน้าโรงเรียนศาลาคู้ พบปลอกกระสุนปืน ขนาด 9 มม. ตกอยู่จำนวน 1 นัด และถัดไปประมาณ 50 เมตร พบปลอกกระสุนปืนดัดแปลง ขนาด.380 มม. ตกอยู่ริมถนนราษฎร์อุทิศ จำนวน 1 ปลอก ตำรวจจึงเก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน

ความคืบหน้าล่าสุด ทีมข่าวอมรินทร์ ทีวี ลงพื้นที่ไปยังจุดเกิดเหตุ เราได้ภาพจากกล้องวงจรปิดหลายมุม กล้องตัวที่ 1 จะเห็นว่า ตั้งแต่ช่วงเวลาประมาณ 04.00 น. ได้มีกลุ่มวัยรุ่นนับได้ทั้งหมด 15 คน สวมหมวกกันน็อกเต็มใบ สวมใส่แจ็คเก็ตแขนยาว พกอาวุธครบมือได้เดินข้ามสะพานข้ามคลองแสนแสบ ซึ่งเป็นทางลัดมาจากถนนประชาร่วมใจ ข.คลองสามวา มุ่งหน้า ถ.ราษฎร์อุทิศ 45 เยื้องกับโรงเรียนสอนศาสนาจุดเกิดเหตุ

จากนั้น กล้องตัวที่ 2 จะเห็นกลุ่มวัยรุ่นทั้งหมดเดินหน้าผ่านบ้านของชาวบ้าน เพื่อมุ่งหน้าไปหน้าโรงเรียนสอนศาสนาติดริมถนน ซึ่งจะเห็นกลุ่มวัยรุ่นบางคนได้ถืออาวุธปืนยาวติดตัวมาด้วย บางคนเดินไปหยิบก้อนหินขนาดใหญ่เตรียมตัวจะก่อเหตุ
ต่อมา กล้องตัวที่ 3,4,5 จะเห็นกลุ่มวัยรุ่นหลายสิบคน เดินมายืมซุ้มอยู่ริมถนน หน้าโรงเรียนสอนศาสนา บางคนเข้าไปด้านใน เพื่อรอกลุ่มคู่อริผ่านมา บางคนได้ซุ่มอยู่หลังบ้านของชาวบ้าน และยืนวางแผนกันอยู่
กระทั่ง กล้องตัวที่ 6 เป็นวินาทีที่กลุ่มวัยรุ่นฝั่งคู่อริได้ขี่รถจักรยานยนต์ผ่านบนถนน ซึ่งมากันทั้งหมด 4 คัน รถจักรยานยนต์ 2 คัน ซึ่งกลุ่มวัยรุ่นอีกฝั่ง ได้ใช้ปืนทั้งหมด 3 กระบอก ยิงเข้าใส่ฝั่งตรงข้ามอย่างไม่สนใจรถของชาวบ้านที่ผ่านไปผ่านมา

ในคลิปยังเห็นด้วยว่า หลังยิงกระหน่ำยิงคู่อริฝั่งตรงข้ามแล้ว กลุ่มวัยรุ่นได้ตะโกนท้าทายฝั่งตรงข้ามว่า “มาเด้ ไอ้ส๊าสสส มาเด้ ๆ เฮ้ยข้ามถนน วิ่งไป ๆ , พี่เข้าเป้าป่าวพี่ ๆ” ก่อนที่จะวิ่งไล่ตามรถจักรยานยนต์คู่อริ และวิ่งกลับมาหลบที่เดิม
และ กล้องตัวที่ 7 หลังจากยิงเสร็จแล้ว กลุ่มวัยรุ่นทั้งหมด ก็ได้เดินทางกลับเข้าซอยเดิมเพื่อหลบหนีไปทันที ซึ่งหลังเกิดเหตุ กล้องตัวที่ 8 ช่วงเวลาประมาณ 7 โมงเช้า ตำรวจชุดสืบสวน สน.มีนบุรี ได้เดินทางมาจุดเกิดเหตุ พร้อมกับลงพื้นที่หาเบาะแสของกลุ่มวัยรุ่นที่ก่อเหตุ

ทีมข่าวได้สอบถาม นายสามารถ หมัดมูซา โต๊ะอีหม่ามประจำโรงเรียนดังกล่าว เปิดเผยว่า ช่วงเวลาประมาณตี 4 ขณะที่นอนหลับอยู่ ได้ยินเสียงปืนดังขึ้นเป็นชุดจำนวนหลายสิบนัด และสะดุ้งตื่นขึ้นมาก่อนที่จะได้ยินเสียงคนคุยกันว่า “เราไปกันเถอะ ที่นี่มัสยิด” จากนั้นตนเองจึงรอให้เสียงปืนสงบ และเปิดโทรศัพท์เพื่อดูกล้องวงจรปิด และเห็นว่ามีกลุ่มวัยรุ่นหลายสิบคน ก่อนหน้าจะมาดักยิงได้มาแอบซุ่มอยู่ด้านนอกรอบโรงเรียนที่ตนเองนอนเฝ้าอยู่
ตนเองไม่คิดเลยว่า กลุ่มวัยรุ่นจะกล้ามาก่อเหตุในบริเวณนี้ เพราะตรงนี้เป็นโรงเรียนสอนศาสนา และมีชาวบ้านอาศัยอยู่กันเยอะมาก การกระทำดังกล่าวสร้างความเดือดร้อนรำคาญให้กับชาวบ้านเป็นอย่างมากโชคดีที่กระสุนไม่ถูกชาวบ้านคนใดบาดเจ็บ และตนเองอยากให้ตำรวจเร่งจับกุมเด็กวัยรุ่นที่ก่อเหตุให้ได้โดยเร็ว

ด้านนายวินัย โต๊ะเหม อายุ 62 ปี ประธานชุมชนหมู่ 6 พัฒนา พื้นที่เกิดเหตุ บอกกับทีมข่าว ยืนยันว่ากลุ่มวัยรุ่นดังกล่าวนั้น ไม่ใช่เด็กวัยรุ่นในพื้นที่แน่นอน จากเท่าที่ดูกล้องวงจรปิดแล้ว น่าจะเป็นกลุ่มเด็กนักเรียนอาชีวะ ที่มาดักทำร้ายซึ่งมาจากพื้นที่อื่น

ซึ่งจากกล้องวงจรปิด ตนเองเห็นกลุ่มวัยรุ่นหลายสิบคนต่างพกปืนมาหลายกระบอก มายิงกันในชุมชน ซึ่งตนเองมองว่าเป็นอันตรายมาก ไม่มีความเกรงใจชาวบ้านกันเลยและอยากให้ตำรวจเร่งจับตัวทั้งหมดให้ได้
เจ้าตัวยังฝากคำสอนไปถึงกลุ่มวัยรุ่นทั้งหมดที่ยิงพวกทะเลาะกันอีกด้วยว่า “พวกรักสถาบันการศึกษา เวลายิงกันแล้วติดคุก สถาบันเขาก็ไม่ได้เอาไว้ เขาไม่ได้ไปส่งข้าวส่งน้ำให้ เวลามีปัญหาเขาก็ไล่ออก ไม่รู้จะรักไปทำไม สู้รักเรียนจะดีกว่า สมควรจะรัก นึกถึงพ่อแม่ที่สงเสียเลี้ยงดูมาจะดีกว่า” นายวินัยพูดทิ้งท้าย

ส่วนความคืบหน้าคดี ทีมข่าวโทรศัพท์สอบถามไปยัง พันตำรวจโทจำนงค์ ประสพสุขมั่งดี รองผู้กำกับสืบสวน สน.มีนบุรี เปิดเผยว่า จากการสอบสวนทราบว่า เมื่อช่วงเวลา 04.00 น. ที่ผ่านมา เกิดเหตุกลุ่มวัยรุ่นยกพวกทะเลาะวิวาทกันก่อนใช้อาวุธปืนยิงเข้าใส่กันหลายสิบนัด กล้องวงจรปิดจับภาพกลุ่มวัยรุ่นที่ก่อเหตุมีประมาณ 15 คน ส่วนทางอีกฝั่งหนึ่งมีทั้งหมด 4 คน เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ไม่ได้รับแจ้งเหตุ และไม่พบว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต

สำหรับผู้ก่อเหตุคาดว่าน่าจะเป็นนักเรียนอาชีวะในพื้นที่ ซึ่งจากการตรวจสอบภาพวงจรปิดพบว่ากลุ่มวัยรุ่นมีการสวมใส่หมวกกันน็อกเพื่อปิดบังใบหน้ากันทุกคน
อย่างไรก็ตาม ทางเจ้าหน้าที่จะเข้าตรวจสอบตามสถานอาชีวะในพื้นที่เพื่อเร่งติดตามตัวคนก่อเหตุมาดำเนินคดี และถึงแม้คดีดังกล่าวไม่มีเจ้าทุกข์ แต่การยิงปืนมใส่กันในลักษณะดังกล่าว เข้าข่ายการพยายามฆ่า, และผิดกฎหมายเรื่องการพกปืนและยิงปืนในที่สาธารณะ ซึ่งตำรวจจะต้องดำเนินการทางกฎหมาย

Leave a Reply

Your email address will not be published.