เปิดปมมรณะ 4 ศพ เด็กจมฝาย เล่นไต่เชือกน้ำหนักเกิน สลด 2 พี่น้องตั้งโลงคู่ย่าเพิ่งตาย (คลิป)

จากกรณีเหตุการณ์ เมื่อวันที่ 11 ก.ย. 65 เวลาประมาณ 16.00 น. ตำรวจ สภ.กาบเชิง ได้รับแจ้งเหตุ มีเด็กจมน้ำเสียชีวิต 4 ราย เป็นชาย 1 หญิง 3 คน บริเวณฝายน้ำล้นท้ายหมู่บ้าน บ.ราวนคร ต.คูตัน อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ ซึ่งเด็กทั้ง 4 คนนั้นได้ชวนกันมาเล่นน้ำที่ฝายน้ำล้นของหมู่บ้าน ไปด้วยกันทั้งหมด 9 คน

ผู้เสียชีวิตทราบชื่อคือ ด.ญ.ดวงเนตร ทองคำ หรือ น้องน้อย อายุ 11 ปี, ด.ญ.กุลยา ทองคำ หรือ น้อยก้อย อายุ 13 ปี, ด.ญ.เยาวลักษณ์ วิชัยวงษ์ หรือ น้องพีม อายุ 11 ปี และ ด.ช.ทิวากร สุวรรณที หรือ น้องโซดา อายุ 12 ปี

วันที่ 12 ก.ย 65 ทีมข่าวเดินทางลงพื้นที่ ไปยังฝายเก็บน้ำที่เกิดเหตุ พบว่าเป็นลักษณะฝายน้ำล้น ซึ่งมีสะพานข้ามสำหรับรถจักรยานยนต์ แต่ส่วนรถขนาดใหญ่หรือรถสี่ล้อจะสามารถขับผ่านฝายน้ำล้นได้

โดยที่เกิดเหตุจะมีลักษณะเป็นเสาปูน 2 เสา โดยมีเชือกสีเขียวผูกติดอยู่ แต่ปลายเชือกมีลักษณะขาด โดยในวันเกิดเหตุกลุ่มเด็กที่พากันเล่นน้ำ ได้มีการใช้เชือกดังกล่าวผูกติดเสาและโยงลงไปเล่นในน้ำ แต่ด้วยเชือกมีลักษณะเก่าจึงทำให้เชือกขาด ประกอบกับปลายเชือกมีเด็กจับเล่นกันหลายคนจึงรับน้ำหนักไม่ได้

ทีมข่าวได้พูดคุยกับน้องแพม (นามสมมติ) หนึ่งในเด็กที่รอดชีวิตจากเหตุจมน้ำ เป็นพี่สาวของหนึ่งในเด็กที่เสียชีวิต คือ ด.ญ.เยาวลักษณ์ วิชัยวงษ์ หรือ น้องพีม อายุ 11 ปี เปิดใจเล่าเหตุการณ์ว่า กลุ่มของตนเองออกไปเล่นน้ำ 2 ครั้ง ครั้งแรกที่ออกไปเล่นมีผู้ใหญ่อยู่ด้วย แต่หลังจากกลับมาถึงบ้านได้มีกลุ่มเพื่อนชักชวนออกไปเล่นอีกรอบ จึงได้พากันไปที่ฝายน้ำล้มอีกครั้ง

โดยกลุ่มของตนเอง ในหมู่บ้านไปด้วยกัน 6 คน ส่วนกลุ่มของคนตาย 3 คน มาจากอีกหมู่บ้านหนึ่ง รวมทั้งหมดที่ไปด้วยกันมี 9 คน ซึ่งช่วงเวลาเกิดเหตุ ตนเองเห็นว่าเพื่อนลงไปเล่นในน้ำ หนึ่งในนั้นก็มีน้องสาวของตนเองลงไปด้วย แต่กลุ่มของตนเองเล่นอยู่ด้านบนจุดที่น้ำไม่ลึก แต่ปรากฏว่ากลุ่มเพื่อนได้ไปจับเชือกและโรยตัวลงไปเล่นในน้ำ จนกระทั่งเห็นว่าเชือกน่าจะรับน้ำหนักไม่ไหว เพราะมีคนเปลี่ยนผลัดกันจับปลายเชือก ครั้งละ 3-5 คน

กระทั่งตนเองเห็นว่าเชือกขาดจึงได้รีบตะโกนบอก แต่ก็ไม่มีใครขึ้นจากน้ำทัน เพราะหลังจากเชือกขาดทุกคนก็ร่วงลงไปอยู่ในฝาย บางคนก็เห็นลอยคอข้อความช่วยเหลือ จากนั้นคนที่อยู่ด้านบนจุดที่ไม่ลึกได้กระโดดลงไปเพื่อช่วยเหลือเพื่อน แต่ตอนนั้นตนเองถูกดึงลงไปในน้ำด้วย โชคดีที่มีรุ่นพี่อีกคนเอาธงวัดยื่นมาเกี่ยวให้ตนเองจับจึงทำให้รอดชีวิต
แต่จากนั้นตนเองเห็นว่ามีน้องคนหนึ่งลักษณะลอยคอและชูมือขึ้น ตนเองจึงได้รีบคว้าจับและดึงขึ้นมา แต่ส่วนคนอื่นจมหายไปต่อหน้าต่อตา และที่สำคัญช่วงที่ตนเองจมอยู่ในน้ำเคยดูในหนังและดูยูทูบบ่อยๆ กรณีอยู่ในน้ำต้องเงยหน้าไม่ให้ปากและจมูกจมน้ำ สามารถที่จะลอยตัวและเอาตัวรอดได้ ตนเองจึงลองทำตามก็พบว่าไม่จมน้ำจึงทำให้รอด แต่น้องของตนเองและเพื่อนคนอื่นจมน้ำ ส่วนตัวก็รู้สึกเสียใจ หากย้อนเวลากลับไปได้ก็คงไม่ชวนกันไปเล่นน้ำ และตนเองยังรู้สึกผิดที่พาน้องไปจนกระทั่งน้องจมน้ำตายแต่ตนเองกลับรอด
สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ตนเองมองว่าก่อนที่ทุกคนจะไปเล่นน้ำ ได้มีน้องคนตาย 2 คน คือ น้องก้อย และ น้องโซดา มีการพูดถึงหนึ่งคำ ว่า “ถ้าจมน้ำพี่ต้องช่วยนะ” ตนเองจึงได้พูดกลับไปว่า อย่าพูดแบบนี้มันเป็นลางไม่ดี ส่วนตัวจึงเชื่อว่าคำพูดดังกล่าวของกลุ่มคนตายเป็นเหมือนลางบอกเหตุ

ทีมข่าวได้เดินทางไปที่บ้านของ ด.ช.ทิวากร สุวรรณที หรือ น้องโซดา อายุ 12 ปี ซึ่งมีการตั้งบำเพ็ญกุศลศพ และจะมีการฌาปนกิจศพในวันพรุ่งนี้ เพราะเนื่องจากในหมู่บ้านมีเด็กตาย 4 คน จึงต้องทยอยสลับวันกันเผา เนื่องจากข้อจำกัดของเมรุไม่พอ

ด้านนางสาวปานไพรลิน สุขวิเศษ อายุ 39 ปี แม่ของ น้องโซดา เปิดเผยว่า เมื่อวานนี้ลูกชายของตนเองไปช่วยงานศพของยาย หลังจากนั้นก็ทราบว่า ได้ออกไปพร้อมกับน้องก้อยและน้องน้อย โดยทราบว่าจะพากันไปกินก๋วยเตี๋ยว แต่ก็ไม่รู้ว่าลูกชายไปที่ฝายน้ำล้นตอนไหน มารู้อีกทีตอนมีคนโทรมาแจ้งว่าลูกจมน้ำ เมื่อไปถึงลูกก็เสียชีวิตแล้ว โดยในมือของลูกชายยังคงกำเหรียญ ร.5 เอาไว้ ซึ่งเป็นเหรียญที่ระลึกจากงานศพของยาย
สำหรับความฝันของน้องโซดา เจ้าตัววาดฝันอนาคตว่าโตขึ้นมาจะเป็นผู้หญิงสวย ๆ เนื่องจากลูกชายของตนเองชอบเล่นกับผู้หญิง และมีนิสัยเป็นผู้หญิง จึงไม่แปลกที่ลูกชายบอกว่า โตขึ้นมาจะเป็นคนสวย ๆ แต่ในเมื่อเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นก็เท่ากับว่าทุกอย่างดับศูนย์ และไม่มีใครทำใจที่จะยอมรับกับเหตุการณ์นี้ได้

จากนั้น ทีมข่าวได้เดินทางไปที่บ้าน ของ ด.ญ.ดวงเนตร ทองคำ หรือ น้องน้อย อายุ 11 ปี, ด.ญ.กุลยา ทองคำ หรือ น้อยก้อย อายุ 13 ปี ซึ่งเป็นสองพี่น้อง ที่เสียชีวิตคู่ โดยญาติได้มีการตั้งโลงศพคู่เอาไว้กลางบ้าน บรรยากาศเป็นไปด้วยความโศกเศร้า

ด้าน นางสมควร ทองปลัง อายุ 48 ปี แม่ของน้องน้อย น้องก้อย เปิดเผยพร้อมน้ำตา ว่า ตนเองไม่คิดว่าเหตุการณ์นี้จะเกิด ลูกกลับมาบ้านขอเงินคนละ 50 บาท บอกว่าจะพากันไปกินก๋วยเตี๋ยว แต่หลังจากนั้นตนเองก็เลยให้ทั้งเงินและมอเตอร์ไซค์ ซึ่งคิดว่าลูกสาวคงจะพากันไปกินก๋วยเตี๋ยวที่อีกหมู่บ้านหนึ่ง แต่ปรากฏว่าช่วงเย็นวันเดียวกันตนเองได้รับแจ้งว่าลูกสาวทั้ง 2 คน จมน้ำเสียชีวิตที่ฝายน้ำล้น

เมื่อไปถึงลูกสาวก็เสียชีวิตแล้ว เจ้าหน้าที่นำร่างขึ้นมาในมือยังกำเชือกเอาไว้อยู่ในมือ ซึ่งเป็นเชือกที่ผูกเล่นน้ำแต่ขาดติดมือลงไปด้วย และลูกสาวตนเองก็ไม่รู้ว่าว่ายน้ำเป็นหรือไม่ เพราะส่วนใหญ่เวลาไปเล่นน้ำก็จะพาไปเล่นที่สวนน้ำ ไม่เคยพาไปเล่นที่คลองสำหรับเหตุการณ์ครั้งนี้ ตนเองต้องสูญเสียลูกไปพร้อมกันถึง 2 คน ซึ่งก็ไม่คาดคิดเหมือนกัน

Leave a Reply

Your email address will not be published.