หนุ่มโดนเฉาะหัวตายปริศนาญาติคาใจศพคาถนนไร้รอยชน อึ้งตายจุดเปลี่ยวโจรชุม (คลิป)

วันที่ 12 ก.ย. 65 เจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.พลกรัง พร้อมหน่วยกู้ภัยฮุก 31 ได้รับแจ้งเกิดเหตุ นายศุภษร พรมสันเทียะ หรือ น้ำพุ อายุ 29 ปี อาชีพพนักงานส่งของ นอนเสียชีวิตปริศนา กลางถนนบนมอเตอร์เวย์สายโคราช-บางปะอิน ช่วงกม.ที่ 193 อ.เมือง จ.นครราชสีมา

โดยมีแผลฉกรรจ์บริเวณศีรษะ ทั้งที่สวมใส่หมวกกันน็อก เลือดไหลนองพื้น สภาพหมวกกันน็อกมีร้อยแตกผ่าครึ่ง ใกล้กันพบรถจักยานยนต์ฮอนด้าเวฟสีแดง-ดำ ไม่พบร่องรอยการประสบอุบัติเหตุ คาดว่าถูกทำร้ายร่างกายเสียชีวิต

จากการสอบถามนายอัครพนธ์ วงศ์เพรช หรือ เนส อายุ 23 ปี เพื่อนร่วมงาน เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุวานนี้หลังเลิกงานตนกับผู้ตายได้นั่งกินเหล้ากินตอนเวลา 17.00 น. ตนมาร่วมวงตอน 19.00 น. กินด้วยกันทั้งหมด 5 คน ออกจากร้านเหล้าบริเวณหน้าโรงงานช่วงประมาณ 22.00 น. ได้แยกย้ายกลับบ้าน ตบกับเพื่อนและผู้ตายขี่รถจักรยานยนต์ขับตามกันมา
ในขณะขี่รถผู้ตายมีอาการเมาขับรถส่ายไปส่ายมา พอถึงทางแยกขึ้นมอเตอร์เวย์ ตนเองและผู้ตายจึงได้แยกทางกัน หลังจากนั้นก็มาทราบช่วงเช้าว่าผู้ตายเสียชีวิตแล้ว ส่วนอุปนิสัยของผู้ตายเป็นคนร่าเริงเฮฮา สนุกสนาน และรักเพื่อน ไม่เคยมีเรื่องกับใครมาก่อน ส่วนสาเหตุการเสียชีวิตตนก็ยังคาใจว่าไม่น่าเสียชีวิตจากอุบัติเหตุ เพราะในที่เกิดเหตุตรวจสอบแล้วไม่มีร่องรอยการล้มเอง หรือเฉี่ยวชน ดูจากสภาพศพแล้วน่าจะโดนทำร้ายร่างกายเสียชีวิต ทั้งนี้ จึงอยากฝากถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจ ช่วยเร่งตรวจสอบหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริง

นางนงลักษณ์ พรมสันเทียะ อายุ 46 ปี อาของผู้ตาย เล่าว่า ผู้ตายเป็นหลานชายที่ตัวเองเลี้ยงมาตั้งแต่เด็ก นิสัยดีไม่เคยเกเร ตั้งใจขยันทำงาน และจะใช้เส้นทางนี้กลับบ้านประจำ หลานก็มีดื่มบ้างเป็นปกติ หลังเลิกงาน ส่วนวันที่เกิดเหตุหลานก็ดื่มกับเพื่อนปกติ และจะกลับบ้านช่วงเวลาประมาณ 22.00 น. ของทุกวัน ไม่เคยมีเรื่องหรือทะเลาะกับใค รตนเองมาทราบข่าวตอนเช้าประมาณ 07.00 น. ว่าหลานประสบอุบัติเหตุเสียชีวิต รู้สึกตกใจมาก ไม่คิดว่าหลานจะมาจบชีวิตลงแบบนี้

เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุทีแรกก็ไม่แปลกใจ รคิดว่าประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตปกติ แต่มาดูศพดูร่องรอยที่เกิดเหตุ ญาติ ๆ จึงแปลกใจว่าทำไมรถมอเตอร์ถึงไม่มีรอยเฉี่ยวชน หรือพังเสียหาย และถนนทำไมถึงไม่มีร่องรอยรถมอเตอร์ไซค์ เพราะจุดที่พบเศษหมวกกันน็อกห่างจากศพประมาณ 30 เมตร ถ้ารถล้มแล้วไถลมาต้องรถต้องมีรอยขูดบ้าง หมวกกันน็อกด้านหน้ายังแตกแบ่งครึ่ง ญาติจึงติดใจสาเหตุการตายของหลาน ทั้งนี้ อยากฝากไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจให้เร่งสืบสวนหาสาเหตุที่แท้จริงว่าหลานชายประสบอุบัติเหตุหรือโดนทำร้ายเสียชีวิต

ทีมข่าวอมรินทร์ ทีวี เดินทางมายังที่เกิดเหตุถนนมอเตอร์เวย์ ยังไม่เปิดใช้งาน สองฝั่งถนนเป็นนาไม่มีบ้านคน โดยยังคงพบกองเลือด เจ้าหน้าที่นำทรายมาถมปิดไว้ ส่วนเศษหมวกกันน็อกและรถจักรยานยนต์ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำไปเก็บเรียบร้อยแล้ว

ทีมข่าวอมรินทร์ ทีวี เดินทางมายังบ้านของผู้ตาย อยู่ห่างจากที่เกิดเหตุประมาณ 30 กิโลเมตร นางนิยม งัดสันเทียะ อายุ 59 ปี ป้าของผู้ตาย ซึ่งสะอื้นอยู่ตลอดเวลา บอกว่า ตนเลี้ยงผู้ตายมาตั้งแต่อายุ 2 เดือน เนื่องจากพ่อแม่ของผู้ตายแยกทางกัน ตนรักผู้ตายเหมือนลูกแท้ ๆ โดยผู้ตายเป็นคนขยับ ตื่น 06.00 น. ไปทำงานส่งสินค้าขับรถจักรยานยนต์ส่งพัสดุชิ้นเล็ก ๆ แล้วจะกลับบ้านในเวลา 19.00 น. แต่หากผู้ตายดื่มสังสรรค์ก็อาจจะกลับบ้านในเวลา 22.00-23.00 น.

ทั้งนี้ ผู้ตายจะติดต่อกับครอบครัวอยู่ตลอด ไม่เคยขาดการติดต่อ แต่เมื่อคืนวานนี้ตนโทรศัพท์หาผู้ตายไม่ติด ทำให้ตนรู้สึกเป็นห่วง จนตนทราบเรื่องในเวลา 06.00 น. ว่าหลานชายเสียชีวิต ซึ่งตนรู้สึกตกใจเป็นอย่างมาก ทำอะไรไม่ถูก ทั้งนี้ ผู้ตายเป็นคนอัธยาศัยดี โดยตนเชื่อว่าเหตุที่เกิดขึ้นไม่ใช่อุบัติเหตุ เพราะรถจักรยานยนต์ไม่พัง และผู้ตายมีบาดแผลเฉพาะบริเวณศีรษะ แต่ตนยังไม่ทราบว่าสาเหตุของการก่อเหตุคืออะไร เพราะทรัพย์สินกระเป๋าเงินและรถไม่หาย อีกทั้งผู้ตายก็ไม่ได้คบหาหรือคุยกับใคร จึงไม่มีปัญหาชู้สาว

สำหรับบางบอกเหตุไม่มีแน่ชัด แต่พ่อของผู้ก่อเหตุฝันว่าหน้าจอโทรศัพท์ตกแตก จากนี้ทางครอบครัวจะรอผลชันสูตรศพเบื้องต้น ก่อนจะจัดพิธีศพให้เร็วที่สุด เพราะตนอยากให้ผู้ตายได้จากไปอย่างสงบ ตนอยากบอกกับหลายชายว่า “หากโดนทำร้าย ก็ขอให้ดลใจให้ทางครอบครัวได้รู้”
ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.พลกรัง แจ้งว่า ขณะนี้ยังไม่ชี้ชัดว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นอุบัติเหตุหรือฆาตกรรม ทางเจ้าหน้าที่จะต้องรอผลชันสูตรจากโรงพยาบาล และรวบรวมพยานหลักฐานกล้องวงจรปิดเพิ่มเติม ซึ่งในที่เกิดเหตุไม่มีกล้องวงจรปิด ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจจะต้องไล่กล้องจากถนนใหญ่ทาง 2 ฝั่งของถนนมอเตอร์เวย์

นายอุนสรณ์ ชูพลกรัง อายุ 55 ปี เจ้าของร้านกาแฟ ซึ่งร้านตั้งเยื้องห่างจากที่เกิดเหตุ ประมาณ 100 เมตร บอกว่า เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา เวลาประมาณ 05.00 น. ได้มีชาวบ้านปั่นจักรยานออกกำลังกายบนถนนมอเตอร์เวย์ จึงได้พบกับศพนอนอยู่คากองเลือด เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจเดินทางมาตรวจสอบพื้นที่ ตนก็ได้เข้าไปดูที่เกิดเหตุด้วย

ตนคิดว่าเหตุที่เกิดขึ้นเป็นไปได้ทั้ง 1.อุบัติเหตุ เนื่องจากฝนตกถนนลื่น ซึ่งผู้ตายมึนเมาอย่างหนัก น้ำฝนล้างรอยล้มของรถไปหมดแล้ว และ 2.การดักทำร้าย เพราะไม่มีรอยรถล้มให้เห็น อีกทั้งยังมีเพียงหมวกกันน็อกที่แตก
โดยถนนดังกล่าวเป็นถนนตัดใหม่ สร้างตั้งแต่ปี 60 แต่ขณะนี้ยังไม่เสร็จดี คาดว่าจะเปิดใช้อย่างจริงจังในปี 67-68 ทำให้ถนนเส้นนี้มีแต่ชาวบ้านในพื้นที่ใช้สัญจรเท่านั้น ซึ่งเมื่อถนนยังไม่เปิดใช้ทำให้เสาไฟฟ้าไม่เปิดในช่วงกลางคืน ยิ่งทำให้ถนนค่อนข้างเปลี่ยว นอกจากนี้บางเสายังถูกขโมยหม้อแปลง เครื่องสูบน้ำในนาหาย และมีเหตุฉกชิงวิ่งราวกันอยู่ตลอด รวมถึงการแข่งรถของกลุ่มวัยรุ่น ทั้งนี้ ตนเปิดร้านในเวลาประมาณ 08.30-17.00 น. ซึ่งตนไม่กล้าเปิดร้านดึก เนื่องจากตนก็กลัวถูกคนร้ายมาปล้นทรัพย์สิน

Leave a Reply

Your email address will not be published.