หมอวิดีโอคอลสอนพยาบาลทำคลอด สุดท้ายเด็กเสียชีวิต โบ้ยแม่ไม่เบ่ง

เมื่อวันที่ 6 ก.ย.2565 เพจสายไหมต้องรอด ได้แชร์ภาพเด็กทารกเสียชีวิต โดยมีข้อความว่า #โรงพยาบาลในจังหวัดปทุมธานี แม่ใจสลาย ทารกน้อยสำลักน้ำคร่ำเสียชีวิต หลังไปคลอดลูกที่ รพ.รัฐแห่งหนึ่ง ใน จ.ปทุมธานี เมื่อช่วงปลายเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา โดยคุณหมอใช้วิธีการวีดีโอคอล มาอธิบายวิธีการทำคลอด ให้พยาบาลและผู้ช่วยพยาบาลช่วยกันทำคลอดอย่างทุลักทุเล ใช้เวลาทำคลอดนานกว่า 3 ช.ม. ตั้งแต่ 12.00 – 15.30 น. แม่พยายามร้องขอให้ผ่าคลอด เนื่องจากแบ่งจนสุดแรงแล้วแต่หัวของทารกก็ยังไม่ออกมา

สุดท้ายผ่านไป 3 ชม. จนแม่หายใจรวยริน คุณหมอที่วีดีโอคอลจึงตัดสินใจให้พยาบาลใช้เครื่องดูดทารกออกมาจากช่องคลอด แต่ไม่ทันการ ทารกสำลักน้ำคร่ำ จนนอนแน่นิ่งไม่รู้สึกตัว ต้องส่งไปรักษาตัวที่ รพ.ปทุมธานี ผ่านไป 2 สัปดาห์ รพ.แจ้งว่าสุดยื้อชีวิต ต้องปล่อยลูกน้อยจากไป พ่อ-แม่ ประสาน #เพจสายไหมต้องรอด ส่งรถรับศพทารกน้อยไปประกอบพิธีทางศาสนาทั้งน้ำตา #แอดขอแสดงความเสียใจด้วยนะคะ #เรื่องนี้ใครควรรับผิดชอบคะ กระทรวงสาธารณสุข กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ สบส. กระทรวงสาธารณสุข??

แม่ของเด็ก อายุ 25 ปี ได้บอกกับผู้สื่อข่าวว่า เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2565 เวลาประมาณ 09.00 น. ตนเองมีอาการเจ็บท้องเลยไปหาหมอที่โรงพยาบาล ซึ่งหมอบอกว่ามดลูกเปิด 1 ซม. และหมอก็บอกให้กลับบ้าน พอตกกลางคืนตนปวดท้องอีก จึงไปหาหมออีกครั้ง และหมอก็ให้นอนที่โรงพยาบาล พอมดลูกเปิด 2 ซม. และมีความดันสูง พอนอนอยู่มดลูกก็เริ่มเปิด ช่วงเช้าหมอก็ให้ยาเร่งคลอด จนมดลูกก็ทยอยเปิด ซึ่งตนเองเจ็บตั้งแต่ 5 ซม.แรก และตนก็บอกกับหมอว่า ตนเองอยากย้ายโรงพยาบาล ให้ส่งฉุกเฉินผ่าได้ไหม โรงพยาบาลไหนก็ได้ ทางหมอก็บอกว่า ถ้าจะให้ส่งตัวไปก็ต้องเซ็นปฏิเสธการรักษาที่โรงพยาบาลของเขา และให้เราไปเอง ซึ่งตนเองก็ไม่มีเงิน

และประมาณเที่ยงกว่า ของวันที่ 20 สิงหาคม 2565 เขาจึงพาเข้าห้องคลอด จนถึงเวลาประมาณ 15.00 น. ซึ่งขณะที่หมอทำคลอดเรารู้หมด ซึ่งตนเบ่งจนสุดแล้วลูกก็ยังไม่ออก ซึ่งหมอเขาก็โทรศัพท์หาหมอใหญ่ และบอกว่าเราไม่เบ่งเลย วินาทีนั้นตนเองเบ่งจนไม่ไหวแล้ว ร่างกายไม่ไหวแล้ว จนหมอมาและบอกว่าจะส่งผ่าที่อีกโรงพยาบาล ซึ่งทางโรงพยาบาลใหม่นั้นบอกว่าหมอทำคลอดออกเวรแล้ว ไปออกกำลังกาย จากนั้นหมอทางโรงพยาบาลเดิม กับหมอทางโรงพยาบาลใหม่ ก็ได้วิดีโอคลอคุยกันเพื่อที่จะทำคลอด จากนั้นทางหมอก็ได้ใช้เครื่องดูดลูกออกมา และพยาบาลก็บอกว่าลูกเราไม่ดีแล้วนะ เพราะเราไม่เบ่ง

จนเวลาประมาณ 15.40 น. ลูกของตนเองก็ออกมา แต่ลูกไม่หายใจแล้ว ทางหมอก็พยายามปั้มหัวใจ และตีลูกให้เด็กตื่น และเขาก็บอกว่าเราไม่เบ่ง ไม่ทำอะไรเลย อะไรก็โทษแต่พยาบาลโทษแต่หมอ ตรงนั้นเขาบอกว่าให้ทำใจ เพราะลูกเราไม่ดีตั้งแต่แรก ซึ่งไม่รู้ว่าคำว่าไม่ดีตั้งแต่แรก เป็นตั้งแต่ในท้องหรือตอนที่ทำคลอด เพราะเขาไม่อธิบาย

กรณีที่เราขอผ่าคลอดแล้วเขาไม่ให้นั้น แม่ต้องมีอาการแทรกซ้อน มีโรคประจำตัว ลูกไม่ดี ลูกตัวเล็ก ซึ่งลูกเราตัวเล็กอยู่แล้ว 8 เดือน น้ำหนักแค่ 1,500 กิโลกรัม ซึ่งเขาไม่อ่านรายละเอียดเหรอเพราะตนเองฝากครรภ์ที่โรงพยาบาลอื่น พอเข้าเดือนที่ 8 จึงย้ายมาที่โรงพยาบาลนี้ เพื่อใช้สิทธิบัตร 30 บาท และใกล้บ้านด้วย ตนเองสงสัยว่าทำไมเขาไม่อ่านรายละเอียดตั้งแต่แรกเหรอ ว่าลูกเราตัวเล็ก และเราก็เป็นโรคหอบ ทำไมเขาจึงไม่ส่งผ่าคลอด

วันที่ 20 สิงหาคม 2565 ส่งตัวลูกมาที่โรงพยาบาลที่ปทุมธานี จากนั้นก็ส่งไปที่โรงพยาบาลเด็กที่จังหวัดสระบุรี เพื่อสแกนสมองและปรับร่างกายเป็นเวลา 3 วัน และก็ส่งตัวมารักษาที่โรงพยาบาลที่ปทุมธานีต่อ แต่น้องก็อาการไม่ดีขึ้น คือไปอย่างไรก็กลับมาอย่างนั้น ซึ่งทางโรงพยาบาลที่สระบุรี ก็ให้ทำใจเพราะเด็กที่สำลักน้ำคล่ำไป เด็กไม่ตื่นเลย รักษาจนสุดแล้ว จนต้องยุติการรักษา ถ้ารักษาต่อก็ไม่หาย 100% คือพิการติดเตียง และมีการเจาะท้อง เจาะคอ เพื่อให้สารอาหาร ตนเองจึงต้องปล่อยลูกไป ซึ่งเป็นลูกชายคนแรกและตั้งใจมาก

อยากให้ทางโรงพยาบาลออกมาพูดคุยว่าจะต้องทำอย่างไร ตนเองอุ้มท้องมา 9 เดือน ยังไม่ได้เลี้ยงลูกเลย และที่อยู่ในห้องคลอดมีแต่พยาบาลประมาณ 5-6 คน และก็ผู้ช่วยพยาบาล ซึ่งไม่มีหมอทำคลอดอยู่ในห้องขณะที่ทำคลอด และต้องขอขอบผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด รวมทั้งทีมงาน ที่เข้ามาช่วยเหลือ พร้อมกับนำรถมารับน้องไปตั้งบำเพ็ญกุศล ที่วัดเกศประภา(คลองหก) อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี

Leave a Reply

Your email address will not be published.