ดราม่าวัดดังเปิดฟิตเนสปั้นกล้ามสงฆ์ ที่แท้เป็นคลินิกรักษา-เสริมภูมิญาติโยม เณรตื่นเต้นทดสอบเครื่องวันแรก (คลิป)

จากกรณี Facebook fan page ข่าวสารงานพระพุทธศาสนา โพสต์ภาพพระภิกษุสงฆ์วัดดัง ใน จ.เชียงราย (วัดห้วยปลากั้ง (พระอาจารย์พบโชค)) หลายรูปขณะกำลังยกเวท โดยมีชายที่แต่งตัวชุดสาธารณะสุขคอยเทรนอยู่ พร้อมระบุข้อความว่า “สุขภาพพระสงฆ์…!! หลวงพ่อเข้าใจในวิธีชีวิตพระสงฆ์-สามเณร…..ส่งนักวิทยาศาสตร์สุขภาพเป็นเทรนเนอร์มืออาชีพเพื่อดูแลสุขภาพและอยู่ในสถานที่มิดชิด…โรคอ้วนและ NCD ไม่มีสักรูปเดียว…by หมอต่าย @พระไพศาลประชาทร วิ.” ชาวเน็ตต่างเข้าไปคอมเม้นวิจารณ์ไปในทิศทางเดียวกันว่าไม่เหมาะสม

จากนั้นไม่นานรูปภาพดังกล่าวก็ถูกแชร์ออกไปยังกลุ่มเพจ “บิ๊กเกรียน”และกลุ่ม Facebook “พุทธที่แท้จริง” โดยระบุข้อความไว้ว่า “ขออย่าให้เป็นบ้านเรา​ เพราะเหลือที่กราบไหว้สนิทใจน้อยแล้ว​ เห้ยยยยยย!!!!!!” จากการตรวจสอบไปยัง Facebook ของเจ้าอาวาสวัด พบว่าเมื่อวันที่ 24 สิงหาคม ที่ผ่าน ได้มีการโพสต์ภาพเจ้าอาวาสยืนบนลู่วิ่ง มีโยมยืนพนมมืออยู่ข้าง ๆ ระบุว่า “คุณพ่อศราวุธ คุณแม่พรพรรณ พลมนตรี ถวายลู่วิ้งไฟฟ้าให้กับทางวัดห้วยปลากั้ง เพื่อใช้ในการออกกำลังกาย อนุโมทนาบุญ…สาธุ”

ล่าสุด วันที่ 2 ก.ย. 65 ทีมข่าวอมรินทร์ทีวีเดินทางไปยังวัดดังกล่าว ซึ่งเป็นวัดใหญ่แห่งหนึ่ง ใน ต.ริมกก อ.เมืองเชียงราย จ.เชียงราย ซึ่งมีเนื้อที่ปลูกศาสนสถานรวม 87 ไร่ 2 งาน 72 ตร.ว.

ทีมข่าวเดินสำรวจพบว่าภายในวัดพบมีห้องฟิตเนสอยู่จริง ซึ่งอยู่บริเวณชั้นใต้อาคาร “เจ้าคุณพบโชค” ซึ่งตั้งอยู่ท้ายวัดเชื่อมต่อกับหมู่บ้าน แต่กลับไม่ได้เปิดให้บริการ โดยมีการล็อกโซ่กุญแจขนาดใหญ่ ด้านหน้าประตูติดป้ายเวลาเข้าใช้บริการว่า นักเรียน อายุ 15 ปีขึ้นไป 16.00-18.30 น. เจ้าหน้าที่พนักงาน 18.30-22.00 น. ดอกจันทร์ห้ามเข้าเล่นโดยไม่ได้รับอนุญาต

ทั้งยังพบว่าวัดแห่งนี้เป็นสถานที่สังคมสงเคราะห์เด็กและคนชรา และมีพื้นที่สำหรับผู้ปฎิบัติธรรมอยู่ในระแวกเดียวกันกับฟิตเนส รวมถึงยังมีคลีนิค ”พบโชคคลีนิค” ตั้งอยู่ไม่ไกลจากห้องฟิตเนสมาประมาณ 100 เมตร ส่วนบริเวณหน้าวัดก็อยู่ระหว่างการก่อสร้างรพ. อีกด้วย จากภาพร่วมพบว่าวัดแห่งนี้เป็นวัดที่ดีเด่นในเรื่องของการช่วยเหลือคนเป็นอย่างมาก

ในขณะที่นายวัชรินทร์ แก้วกันทา ผู้อำนวยการฝ่ายสวัสดิการภายในและภายนอก เปิดเผยข้อเท็จจริงว่า วัดแห่งนี้นอกจากเป็นศาสนสถานให้ประชาชนชาวพุทธได้มาพักผ่อนตามความเชื่อความศรัทธาในศาสนา ท่านเจ้าอาวาสจะให้ความช่วยเหลือทั้งเด็ก ตั้งแต่อนุบาล และคนชรา ซึ่งปัจจุบันมีการดูแลมากกว่า 500 คน โดยเฉพาะเด็กทางวัดได้รับความช่วยเหลือจากญาติโยมมาโดยตลอด จึงดูแลตั้งแต่ที่พัก อาหาร และส่งเรียนหนังสือ จึงเป็นที่มาของอุปกรณ์ฟิตเนส คือมีการได้รับการบริจาคจากญาติโยมมา อีกทั้งท่านเจ้าอาวาสก็เห็นความสำคัญในเรื่องสุขภาพของบุคลากรภายในวัด ซึ่งมีทั้งเจ้าหน้าที่, เด็ก ๆ และคนชราที่บางคนเริ่มอ้วนลงพุง จึงหวังให้ทุกคนออกกำลังกายกันได้แล้ว เพราะหากอายุเยอะแล้ว สุขภาพไม่ดีจะทำอย่างไร

ส่วนภาพที่ปรากฎในโซเชียล ข้อเท็จจริงคือวันนั้นพระทำงานอยู่ใกล้ห้องฟิตเนส มีเจ้าหน้าที่มาเซ็ตเครื่องทั้งยังแนะนำเครื่อง พระเห็นก็ตื่นเต้น จึงถือโอกาสเข้าไปดู ไปทดสอบ ซึ่งพระก็เข้าไปวันนั้นเพียงวัดเดียว แต่ในความคิดเห็นส่วนตัวของตนเองยังอยากให้พรได้ออกกำลังกายเลย เพราะญาติโยมถวายอาหารมาพระก็รับ และรับประทาน บางอย่างก็ทำให้อ้วน แต่ห้องฟิตเนสนี้ไม่ได้มีเพื่อพระ ๆ ก็ทราบดี และปฏิบัติกิจของสงฆ์ตามปกติ ไม่เคยเข้าเล่นฟิตเนสตามที่โซเชียลกล่าวหา นายวัชรินทร์กล่าว
อย่างไรก็ตนขอบอกชาวเน็ตที่ตำหนิโดยไม่ทราบข้อเท็จจริง ว่าคงเป็นเรื่องของกรรม กรรมใดกรรมใครก่อกรรมนั้นก็ย้อนกลับ อย่างพระคุณเจ้าเคยบอกไว้ว่าหากใครถวายอาหารให้หากเราไม่รับ แล้วใครจะรับหรืออาหารนั้นจะตกเป็นของใคร ซึ่งคำพูดของคนก็ไม่ต่างกัน ว่า “หากเราไม่รับคำพูดของคนเหล่านั้น คำพูดต่าง ๆ ก็จะต้องย้อนหากับตัวคนพูดนั่นเอง”

ในขณะที่พระราชธรรมนิเทศ หรือ พระพยอม กัลยาโณ เจ้าอาวาสวัดสวนแก้ว ต.บางเลน อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี กล่าวว่า เป็นได้ทางดีเรื่องสุขภาพ แต่เสียสารรูปที่แลดูดีงามค่อยหลุดหายไป สมัยก่อนที่อ่านประวัติหลวงพ่อนอท่านไม่เคยป่วยเพราะท่านเล่นโยคะ แต่ไม่เคยออกมาเปิดเผยต่อคนอื่น เล่นอยู่ในกุฏิไม่มีใครว่า เห็นว่ามีเสื้อของสาธารณสุขอาจหวังดีเรื่องสุขภาพ หรือหวังดีประสงค์ร้ายหรือป่าวต้องคิดกันเอาเอง เพราะพระเณรต้องรักษาสารรูปอยากให้ทุกคนชั่งน้ำหนักเอาเองว่าถูกหรือผิด
เรื่องออกกำลังกายเป็นเรื่องที่ดี แต่การที่จะออกกำลังกายสามารถทำอย่างอื่นได้ เช่นการทำวัด ไม่ต้องมารวมตัวเป็นก้อนเป็นกลุ่ม คนอื่นทำก่อนอีกคนก็จะทำตามกัน พระควรจะรักษาขอบเขต ถ้าจะรักษาสุขภาพกันควรจะรักษาสารรูปเสียด้วย ได้ด้านสุขภาพแต่เสียด้านศรัทธา อยากให้คิดให้ดีก่อน เพราะการนี้ไม่เหมาะ ถ้าเรื่องนี้ไม่ออกมาเป็นภาพคงจะดีกว่า แต่มีภาพออกมาแบนี้เป็นการให้คนอื่นประจาร โชว์ออฟถ่ายคลิปถ่ายภาพ ซึ่งไม่ได้ผิดขั้นอาบัติมากมายแต่ผิดเรื่องสารรูป

ตามหลักที่บอกว่าบิณฑบาตรกวาดวัดก็เป็นการออกกำลังกาย จึงอยากให้คิดกันให้ดีก่อนที่จะทำ ตนจึงขอให้ออกกำลังกายภายในกุฏิตัวเองคงจะดีกว่า ถ้าออกมาถ่ายรูปโชว์จะดูไม่งาม ชาวเน็ตเถียงกันเรื่องนี้บางคนก็บอกว่าเพื่อสุขภาพ บางคนก็เถียงว่าไม่เหมาะ ถ้าเรื่องนี้ไม่มีความอยากอวดทำเพื่อสุขภาพออกกำลังก็ทำไปไม่มีใครว่า อย่าให้ภาพออกมาจะเสียสามณสัญญา เพราะพระมีข้อปฏิบัติให้แลดูงามและดูดี

Leave a Reply

Your email address will not be published.